แบกภาระดอกเบี้ยสูงอยู่ทำไม รีไฟแนนซ์ ลดภาระได้ทั้งค่างวด และดอกเบี้ย

ในปัจจุบันนั้นการเป็นหนี้สิน กู้เงิน ถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจ การที่เราเป็นหนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเลวร้ายไปเสียทีเดียว เพราะบางครั้งการเป็นหนี้ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า และบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเรา แต่อาจจะมีราคาสูง จนหากใช้เงินที่เรามีทั้งหมดไปซื้ออาจกระทบต่อเงินออม หรือเงินที่เรามีไม่พอ แต่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ดังนั้นการที่เรามีสินเชื่อเงินกู้ต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องปกติของคนวัยทำงาน แต่ถ้าหากรู้สึกว่าการเป็นหนี้เริ่มสร้างภาระให้ทั้งค่างวด และดอกเบี้ย จนขาดสภาพคล่องทางการเงิน และเริ่มกระทบต่อเงินออมของเรา หากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้อย่ารอช้า เพราะมีวิธีการแก้ไขอยู่ นั้นก็คือการรีไฟแนนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับแผนการทางการเงินที่ดี ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และดอกเบี้ยของเราได้

การรีไฟแนนซ์ คืออะไร มีข้อดี, ข้อเสีย อย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังสนใจว่าหนี้สินที่เรามีอยู่ ทั้งหนี้บ้าน, หนี้รถ, หนี้บัตรเครดิต จะนำไปรีไฟแนนซ์ดีไหม วันนี้เราไปหาคำตอบกัน กับรีไฟแนนซ์ วางแผนดี มีประโยชน์

การรีไฟแนนซ์ คืออะไร ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าการรีไฟแนนซ์คืออะไร ตรงนี้ขออธิบายว่า การรีไฟแนนซ์ คือ การใช้บริการสินเชื่อรีไฟแนนซ์ของสถาบันการเงินต่าง ๆ ไปปิดยอดหนี้การผ่อนชำระของอีกสถาบันการเงินหนึ่ง ซึ่งทำให้ยอดหนี้ ยอดค่างวด รวมถึงดอกเบี้ยลดลงกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น เราผ่อนบ้านเดือนละ 2,000,000 บาท ธนาคาร A ดอกเบี้ยแบบคงที่ 3 ปีแรก 2.80% ผ่อนเดือนละ 10,000 บาท แต่พอครบ 3 ปี ดอกเบี้ยจะลอยตัวไปที่ 3.50% การรีไฟแนนซ์ กู้เงินนอกระบบ เราไปติดต่อขอดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ จากธนาคาร B ได้ดอกเบี้ยมา 2.80 % แถมยอดหนี้ลดลง เพราะเราผ่อนจากยอด 2,000,000 ไปบ้างแล้ว เหลือยอดสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านใหม่กับธนาคาร B 1,640,000 ทำให้ภาพรวมหนี้เราลดลง แถมค่างวดก็ลดลงอีกด้วย จากเดิมอาจผ่อนเดือนละ 10,000 บาท อาจเหลือผ่อนแค่เดือนละ 8,000 บาท ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายเราลดลง จากการรีไฟแนนซ์นั่นเอง

รีไฟแนนซ์อะไรได้บ้าง ?

การรีไฟแนนซ์ เราสามารถทำได้กับสินเชื่อหลากหลายประเภท ทั้งการรีไฟแนนซ์รถยนต์, การรีไฟแนนซ์บ้าน, หรือรีไฟแนนซ์รถจักรยานยนต์ ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแห่งใหม่ที่เราไปติดต่อว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง และสถานบันการเงินเจ้าหนี้มีเงื่อนไขการปิดยอดก่อนกำหนดอย่างไร เช่น อยากรีไฟแนนซ์รถยนต์ จากธนาคาร A เราก็ต้องไปดูเงื่อนไขของธนาคาร A ว่าให้ปิดยอดหนี้รีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดได้หลังจากกี่งวด ถึงจะไม่มีค่าปรับ มีค่าธรรมเนียมการปิดก่อนกำหนดหรือไม่ ลดดอกเบี้ยเท่าไหร่ ก่อนจะตัดสินใจ เมื่อเทียบเงื่อนไขกับธนาคาร B ที่เราจะไปรีไฟแนนซ์ นอกจากนี้ในปัจจุบันตามนโยบายของรัฐบาล ที่ทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เราสามารถรีไฟแนนซ์ แยกประเภทตามนโยบายรวมหนี้ได้อีกด้วย คือการรีไฟแนนซ์โดยการรวมหนี้ระหว่าง สินเชื่อบ้าน กับผู้อยากรีไฟแนนซ์รถยนต์, รีไฟแนนซ์รถจักรยานยนต์ หรือรีไฟแนนซ์กับบัตรเครดิต นำมารวมกับสินเชื่อบ้าน ที่ผ่อนได้ยาว ดอกเบี้ยถูก ทำให้ภาระหนี้โดยภาพรวมของเราลดลง ตัวอย่างเช่น

เรามีหนี้ก้อนที่ 1 ผ่อนบ้านกับธนาคาร A

หนี้ก้อนที่ 2 บัตรเครดิตธนาคาร B

หนี้ก้อนที่ 3 ผ่อนรถธนาคาร C

เราสามารถเข้าร่วมมาตรการรวมหนี้ โดยการรีไฟแนนซ์นำยอดหนี้ของบัตรเครดิตธนาคาร B และหนี้ผ่อนรถจากธนาคาร C มารีไฟแนนซ์รวมหนี้กับสินเชื่อบ้านของธนาคาร A ได้

ข้อดี – ข้อเสีย ของการรีไฟแนนซ์

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจต้องการรีไฟแนนซ์ อาจกำลังลังเลอยู่ว่าจะรีไฟแนนซ์ดีไหม เราก็ขอนำข้อดี และข้อเสีย มาฝากกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

ข้อดี
การรีไฟแนนซ์ ทำให้ค่างวด และดอกเบี้ยลดลง เพราะการขอกู้ใหม่จะ ยอดหนี้เดิมจะลดลงเนื่องจากเราได้ผ่อนชำระจากธนาคารเก่าไปมากแล้ว ทำให้การขอกู้ใหม่จะถูกนับจากยอดหนี้ที่คงเหลือ ทำให้ค่างวด ดอกเบี้ยลดลงกว่าเดิมนั่นเอง
อาจได้วงเงินมากกว่า วงเงินกู้เดิมเพราะส่วนต่าง นำไปใช้จ่าย หรือปิดภาระหนี้อื่น
เงินส่วนต่างจากดอกเบี้ย และค่างวด ทำให้เราได้ประโยชน์นำไปเก็บออม หรือชำระหนี้สินได้
ข้อเสีย
ระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ในภาพรวม ยาวนานกว่าเดิม เพราะแทนที่จะรีบผ่อนจนหมดทีเดียว กับต้องไปกู้ใหม่ และเริ่มผ่อนใหม่กับอีกธนาคารนึง
การรีไฟแนนซ์ อาจทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การรีไฟแนนซ์บ้าน เราจะต้องเสียดค่าจดจำนองใหม่, ค่าอากรสแตมป์, ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ, ค่าประเมิน, รวมทั้งค่าประกันอัคคีภัย อีกด้วย
การเสียเวลาดำเนินการรีไฟแนนซ์ และเอกสารที่ยุ่งยากในการยื่นกู้ใหม่
เทคนิคขอรีไฟแนนซ์ ทำอย่างไร ผ่านง่ายแน่นอน
การจะขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์นั้นทำได้ เหมือนกับการเตรียมตัวขอสินเชื่อใหม่เลย โดยหลังจากเราเลือกธนาคารแห่งใหม่ที่จะรีไฟแนนซ์ และเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยแล้ว การรีไฟแนนซ์ก็เริ่มจากการเตรียมเอกสารทั้งสำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองเงินเดือน, สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน รวมทั้งเอกสารการกู้เงินจากธนาคารเดิม มาประกอบการรีไฟแนนซ์ โดยหากรายได้เราเพียงพอต่อค่างวด และไม่มีประวัติการค้างชำระจากสินเชื่อเดิม การขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ใหม่ ก็จะผ่านได้อย่างง่ายดาย แน่นอน